วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560

สามัคคี ทำให้สังคมรอด ปลอดภัย มั่งคง และสงบสุข !

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ

อ่านข่าวช่วงนี้, ผมรู้สึก...คนไทยไม่คุยกันเลย
ทุกมิติ...ศาสนา สังคม การเมือง
ภาคใต้น้ำท่วม, เมื่อก่อน มีผู้ประกาศข่าวคนหนึ่ง
เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยผู้ประสบภัย
วันนี้ เขาไม่อยู่
ก็ไม่มีใครกล้าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงอีก
ไม่รู้จะมีใครร่วมมือไม๊? มีใครสนับสนุนบ้าง?
พอจะช่วย, ก็กระอักกระอ่วนใจ...เพราะเคยขัดแย้งกัน
สุดท้าย, การช่วยเหลือ...ก็ไม่ถึงประชาชนสักที


ทำให้ผมนึกถึงชาดกเรื่องหนึ่ง
ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเคยยกมาสอนในรายการธรรมะเพื่อประชาชน
อดีตกาล
พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพญานกกระจาบ
ปกครองฝูงนกกระจาบหลายพันตัว

วันหนึ่ง
พญานกกระจาบได้เรียกประชุมฝูงนกทั้งหมด
เหตุเพราะมีนกถูกนายพรานจับไปเป็นจำนวนมาก
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากนายพรานทอดตาข่ายมายังเบื้องบนของพวกเรา 
ขอให้ท่านทั้งหลายจงพร้อมใจกัน สอดหัวของตนเองเข้าไปในตาข่าย แล้วช่วยกันกระพือปีกบิน เพื่อยกตาข่ายขึ้นไปพาดไว้บนยอดไม้ที่มีหนาม ต่อจากนั้น
รีบบินหนีออกมาทางด้านล่างตาข่าย เมื่อเราพร้อมใจสามัคคีกันเช่นนี้
นายพรานก็จะไม่สามารถจับพวกเราได้”

วันต่อมา
เมื่อนายพรานทอดตาข่าย
ฝูงนกก็พร้อมใจกัน ทำตามคำแนะนำของพญานก
ทุกตัวรอดชีวิต...เป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน
จนวันหนึ่ง
เหตุการณ์แตกสามัคคีก็เกิดขึ้น, นกกระจาบตัวหนึ่งไม่ทันสังเกต
บินร่อนลงไปเหยียบโดนหัวนกกระจาบอีกตัวหนึ่ง
แม้ได้ขอโทษหลายครั้ง, แต่นกตัวที่โดนเหยียบก็ไม่ยอมให้อภัย
จึงทะเลาะกัน, ไม่ยอมกัน
การทะเลาะวิวาทได้ขยายวงกว้างออกไป
จนในที่สุดเกิดความแตกแยก แบ่งกันเป็น ๒ กลุ่ม
พญานกได้ห้ามปราม กล่าวตักเตือนหลายครั้ง
แต่ฝูงนกก็ยังทะเลาะกัน มีทิฏฐิดื้อดึง

พญานก คิดว่า
"ขึ้นชื่อว่าสถานที่ที่มีการทะเลาะกัน ไม่มีความสามัคคี ย่อมไม่ปลอดภัย
ถ้านกกระจาบเหล่านี้ไม่ช่วยกันยกตาข่ายขึ้น ก็จะพากันถึงซึ่งความพินาศ"
พญานก จึงพานกที่ยังเชื่อฟัง ย้ายไปที่อื่น

หลังจากนั้นไม่นาน
นายพราน ก็สามารถจับนกกระจาบที่ทะเลาะกันไปได้ทั้งหมด
นกเหล่านั้นต้องถึงแก่ความตาย
พบกับความหายนะที่เกิดจากการแตกความสามัคคีกันนั่นเอง

พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ให้โอวาสเพื่อเป็นข้อคิดว่า

ที่ใดก็ตาม ที่มีความสมัครสมานสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกันทุกคน
ที่แห่งนั้นย่อมมีความสุข และการประพฤติปฏิบัติธรรมของบุคคล
ในสถานที่ที่มีความสามัคคีกัน ย่อมได้รับผลแห่งการปฏิบัติที่ก้าวหน้า
เพราะทุกคนต่างมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ความสุขเป็นรากฐานของความสำเร็จทั้งมวล

แม้ในคราวที่มีภัยหรือมีอุปสรรค หากหมู่คณะมีความพร้อมเพรียงกัน
ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายให้พ้นภัยพิบัติไปได้
แต่เมื่อใดที่หมู่คณะขาดความสามัคคี
มีการทะเลาะเบาะแว้งอวดดื้อถือดีไร้ความสามัคคีกันแล้ว

หมู่คณะนั้นก็ย่อมจะพบกับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

เพราะฉะนั้นความสามัคคีเป็นสิ่งที่สำคัญ
จะทำให้หมู่คณะเกิดความมั่นคง และทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
เราทุกคนจะต้องมีความสมัครสมานสามัคคีกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
อะไรที่สามารถให้อภัยกันได้ก็ให้อภัยกันเถอะ ไม่ควรถือสาหาความกัน
ให้ระลึกเสมอว่า เพื่อนมนุษย์ทั้งหมดคือหมู่ญาติของเรา

เราไม่เป็นศัตรูกับใคร !
เพราะศัตรูที่แท้จริงของเรา คือกิเลสอาสวะที่อยู่ในใจของเรา ไม่ใช่ใครอื่นทั้งสิ้น



11 ธันวาคม 2560
Dare เดวิลล์

1 ความคิดเห็น:

  1. สาธุค่ะ ได้ทบทวนความจำในธรรมะเรื่องนี้ค่ะ

    ตอบลบ