วันศุกร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560

พระถูกกำหนดด้วยพระธรรมวินัย



พระถูกกำหนดด้วยพระธรรมวินัยไว้อย่างเข้มงวด
จีวรมีได้แค่สองชุด 
อาหารฉันได้แค่สองมื้อ 
นอนที่นอนนุ่มๆแบบชาวบ้านก็ยังไม่ได้  
กุฎิก็ยังถูกจำกัดขนาดด้วยพระวินัย
เมื่อชีวิตพระ ต้องอยู่ภายใต้บทฝึกตนที่เคร่งครัดขนาดนี้
หลวงพ่อธัมมชโยบวชมาเกือบ  50  ปี 
ท่านไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการทำกิจของสมณะหรอกครับ
โยมคิดอย่างไร อย่าไปคิดว่าพระจะคิดอย่างโยมนะครับ
ท่านเป็นอาจารย์ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของคนล้านคน
การสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่เพื่อรองรับการปฏิบัติธรรมของคนเหล่านั้น 
ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่แปลก
แค่ตั้งผ้าป่ากองละห้าพัน ด้วยจำนวนลูกศิษย์ที่มี 
ก็สามารถสร้างโครงการพระศาสนาขนาดใหญ่เช่นนั้นได้แล้ว
จึงไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาด้วยวิธีการอย่างที่เขากล่าวหาหรอกครับ

Dare Devil

พุทธแท้ พุทธเทียม วัดกันที่คำสอนหรือข้อกล่าวหากันแน่?



พุทธแท้ พุทธเทียม วัดกันที่คำสอนหรือข้อกล่าวหากันแน่?
ไม่ว่าจะเป็นการมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม
มีพระเปรียญธรรม  9  ประโยค  71  รูป
การที่ศิษยานุศิษย์สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร  50  ล้านจบ
เพียงพอแล้วหรือยัง
ที่จะยืนยันว่า... 
วัดพระธรรมกายเป็นวัดเถรวาทอยู่ภายใต้การปกครองของคณะสงฆ์มหานิกาย
คำว่าพุทธเทียมสำหรับคนไทยคืออะไรกันแน่
ไม่ใช่ศาสนาพุทธ หรือไม่ใช่นิกายเถรวาท
ยึดตามพระไตรปิฎก หรือยึดตามกรอบความคิดที่เคยชิน
นิกายเถรวาท 
ยึดพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าดั้งเดิม
ยึดพระธรรมวินัย พุทธวัจน อริยสัจสี่ การหลุดพ้น (นิพพาน)
ในวัด นอกจากเจดีย์ มีแค่พระพุทธรูปและรูปเหมือนของครูบาอาจารย์ทางธรรม 
คือหลวงปู่สดวัดปากน้ำ และ คุณยายอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง 
ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อธัมมชโยและเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย

ไม่มีดูดวง ไม่มีใบ้หวย ไม่มีเสี่ยงเซียมซี ไม่มีบูชาเคารพผีหรือเทพเจ้าต่างศาสนา
วัดพระธรรมกาย
ถ้าเป็นพระ ส่งเสริมให้เรียนภาษาบาลี 
จนเป็นมหาเปรียญธรรม 
เพื่อศึกษาและเข้าถึงพระธรรมคำสอน
ในภาษาดั้งเดิมจากพระไตรปิฎก
เป็นโยม ให้สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ว่าด้วยทางสายกลาง อริยสัจ  4   มรรคมีองค์  8
 ซึ่งเป็นหัวใจของพระธรรมคำสอน นำไปสู่หนทางแห่งการหลุดพ้นทั้งสิ้น
ทำให้คน ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์วัด 
หรือคนที่อ่านข่าววัดพระธรรมกาย รู้ว่าบทสวดนี้มีความสำคัญมากกว่าเป็นปฐมเทศนา 
และเรื่องเล่าในวันอาสาฬหบูชา

ถ้าบิดเบือนก็ต้องปิดหูปิดตาประชาชน ปฏิเสธพระไตรปิฎกซิ 
แล้ววัดพระธรรมกายมีการกระทำไหนเข้าข่ายเช่นนั้นบ้าง?


Dare Devil

มีที่ไหนที่ไม่ยกย่องเจ้าภาพบ้าง ?



มีที่ไหนที่ไม่ยกย่องเจ้าภาพบ้าง 

วัดเชตวันมหาวิหาร ยังตั้งชื่อตามเจ้าเชต (ผู้ร่วมถวาย)
ศาลาการเปรียญยังติดชื่อเจ้าภาพ
พระพุทธรูปยังสลักชื่อผู้บริจาค
วัดพระธรรมกายให้เกียรติเจ้าภาพบ้าง  ผิดตรงไหน?

การยกย่องผู้บริจาค คือยกย่องผู้ทำคุณประโยชน์
ทุกศาสนสถาน ทุกองค์กรการกุศล ขาดเจ้าภาพไม่ได้
กว่าใครสักคนหนึ่งจะบริจาค 
ต้องผ่านการตัดสินใจ ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ, 
เพราะมันคือการสละทรัพย์ที่หามาด้วยความยาก
เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
องค์กรการกุศลยังมีจดหมายขอบคุณ
หน่วยงานต่างๆยังมีการให้รางวัล
ทอดกฐินผ้าป่า ยังมีประกาศรายนามเจ้าภาพ
แม้กระทั่งงานศพ ยังต้องให้เจ้าภาพเป็นผู้ทอดผ้าบังสุกุล
การได้รับการยกย่องจึงเป็นสิทธิ์ที่ควรได้ ไม่ใช่อภิสิทธิ์ชน
ในวัดพระธรรมกาย มีระบบแบ่งปัน  sharing
 ผู้มาปฏิบัติธรรม ได้ใช้อาคารสถานที่ ได้ทานอาหารฟรีจากเจ้าภาพ
ส่วนเจ้าภาพก็ดีใจ ที่มีคนมาปฏิบัติธรรมทำความดี ในสถานที่ๆตนสร้าง
ใครมีปัจจัยก็บริจาค
นักศึกษานักเรียนก็เป็นอาสาสมัครได้
แบ่งปันในสิ่งที่ตนมี
ยกย่องผู้ทำความดี
นี่แหละสังคมแห่งการแบ่งปันอย่างแท้จริง

วัดใหญ่ เจ้าภาพเยอะ เป็นเรื่องธรรมดา
การติดโบว์เจ้าภาพ นอกจากเป็นการยกย่อง ยังเป็นการจัดระเบียบไปในตัว
ไม่ต้องประกาศรายนามทุกคน แต่คนก็รู้ว่าใครคือเจ้าภาพ


Dare Devil


วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มีกฎหมาย แต่ไร้ศีลธรรม!

ช่วงนี้รู้สึกเหมือนกันไหมครับว่า
ติดกล้องหน้ารถ จำเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อก่อนเฉยๆ
คิดว่ามีไว้แค่ใช้ตอนเคลมประกันอุบัติเหตุเท่านั้น
แต่ดูเหมือนยุคนี้
กล้องช่วยป้องกันอาชญากรรมได้ด้วย!
เพราะคนกลัวกล้องมากกว่ากฎหมาย หรือศีลธรรมประจำใจ
ในทางกลับกัน
คนจะรู้สึกปลอดภัย เมื่ออยู่ในรัศมีกล้องวงจรปิด
ถึงขนาดต้องติดกล้องดัมมี่ (กล้องวงจรปิดปลอม) 
เพื่อหลอกโจรกันเลยทีเดียว
กลายเป็นว่า
รถทุกคันต้องมีกล้อง 
บ้านทุกหลังต้องมีวงจรปิด
จะเดินไปไหน ต้องถูกมอนิเตอร์ตลอด
ปืนต้องซ่อนไว้ในรถ พกไว้ในกระเป๋า
มันเป็นความระแวงภัยของคนยุคนี้
ยุคที่ไม่ใช่สมัยพ่อแม่ของเรา




ยุคที่รั้วไม่ใช่สิ่งจำเป็น
เหล็กดัดไม่ใช่สิ่งที่ทุกบ้านต้องมี
ปืนใช้แค่ปกป้องทรัพย์สินในบ้าน
คดีอุกอาจสะเทือนขวัญกลางสังคมแทบไม่มี

หรือว่านี่คือสัญญาณศีลธรรม กำลังหมดไปจากใจคนไทย
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ต้องฟื้นฟูกลับคืนมา
สังคมใดมีกฎหมาย แต่ไร้ศีลธรรม
เมื่อนั้นกฎหมาย จะเป็นแค่เครื่องมือสร้างความชอบธรรม 
ให้กับคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมและมีอำนาจมากกว่าเท่านั้น



DareDevil
9 กพ. 2560



วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

ธาตุธรรม นำสุขภาพ


สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ

ด้วยความบกพร่องของร่างกายบางประการ
ผมได้มีโอกาสมาศึกษาเรื่องของสมุนไพร
ได้มีโอกาสทดลองใช้, ได้มีโอกาสฟังความรู้จากนายแพทย์
ได้ความรู้จากการแบ่งปันในโลกอินเตอร์เนต
จึงต้องกลับมาทบทวนหลักโภชนาการ ๕ หมู่

คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่
คาร์โบไฮเดรตและโปรตีน เป็นอาหารหลักโดยปกติอยู่แล้ว
เมื่อมาศึกษาเรื่องของวิตามินและ, เกลือแร่อย่างจริงจัง
ทำให้เข้าใจร่างกายของเรา, ประกอบขึ้นมาจากธาตุอย่างไร
ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ

เข้าใจได้ว่า...น้ำกับไขมันคือ..ธาตุน้ำ
ปกติเข้ากันไม่ได้ แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ในร่างกาย
เมื่อพูดถึงไขมัน...เราทานแต่ไขมันโอเมกา ๖ จากน้ำมันพืช
ส่วนแหล่งไขมันโอเมกา ๓ มีน้อยเหลือเกิน

ผลงานวิจัยพบว่า ไขมันที่ไม่สมดุลนี้ สร้างปัญหาใหญ่ให้กับร่างกาย
ทั้งโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง
เป็นเหตุให้อวัยวะภายในเสื่อมลงเร็วกว่าที่ควรเป็น

อุณหภูมิของร่างกาย..คือธาตุไฟ
ไม่มีการจุดไฟ แต่ให้ความร้อนต่อเนื่อง
จุกเสียด ท้องเฟ้อ ลมติด เป็นปัญหาของ..ธาตุลมในร่างกาย

อากาศรอบตัวเรามากมาย จะไม่มีประโยชน์เลย
ถ้าไม่มีการสูดลมหายใจเข้าไปผ่านแนวศูนย์กลางกาย
คงเป็นเหตุผลทำไมโยคะจึงเน้นเรื่องของการสูดลมหายใจให้ลึกสุดนอกจากการยืดเส้น
ธาตุต่างๆ ที่เราเคยรู้จักตอนเรียนมัธยม
ร่างกายของเราล้วนมีธาตุเหล่านั้น..เป็นธาตุดิน
ปรุงแต่งร่างกาย จำแนกคุณสมบัติ,

สารบางตัวจะสะสมอยู่กับเรานาน
บางตัวถูกขับออกทันทีถ้าเป็นส่วนเกิน
แต่ละธาตุต่างทำหน้าที่ของตนเองในร่างกาย
ถึงแม้จะมีความต้องการเพียงเล็กน้อย..แต่จำเป็น
ปัญหาจะเกิดขึ้นกับร่างกายของเราทันที..ถ้าขาด
เมื่อก่อนธาตุเหล่านี้อาจได้มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
แต่เมื่อเรามีระบบการผลิตน้ำที่ไม่มีสารใดเจือปนเลย
บางธาตุจากน้ำที่เคยได้รับก็หายไป
ไม่ใช่แค่ธาตุเหล็กที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือด
ยังมีธาตุทองแดง,โมลิบดีนัม และวิตามินบีบางตัว ที่คอยเสริม
ถ้าร่างกายขาดตัวใดตัวหนึ่ง การผลิตเม็ดเลือดทำได้ไม่สมบูรณ์

เคยมีคำถามทำไมการรักษาด้วยสมุนไพร, จึงให้ผลที่ไม่ได้ดังใจ
ถ้าหากสมุนไพรไทยมีข้อมูล, เหมือนพืชต่างประเทศหลายชนิด
มีองค์ประกอบธาตุอะไรบ้าง, มีปริมาณเท่าไร
สภาวะอะไรที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้
การเลือกใช้สมุนไพรเพื่อเป็นอาหาร, เพื่อการป้องกัน
เพื่อการบำบัดรักษาก็จะง่ายขึ้น, คงต้องฝากความหวังไว้ที่นักวิจัย

พระเดชพระคุณหลวงพ่อเคยให้โอวาท
เป็นข้อคิดเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายไว้ว่า
ร่างกายเรานี้คือขันธ์ห้า
พระพุทธองค์ตรัสว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นอนัตตา
มีการเกิดขึ้นตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา
ไม่อยู่ในบังคับบัญชาและ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเรา
พระบรมศาสดาจึงทรงสอน...ไม่ให้ไปยึดมั่นถือมั่น
แต่ให้ดูแลรักษาขันธ์ห้าไว้ให้ดี  เพื่อจะได้มีอายุขัยยืนยาว
สามารถสร้างบารมีไปนานๆ
อโรคยา ปรมาลาภา ... ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

ดังนั้น
การศึกษาเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อตัวเรา

และยังนำความรู้ไปเป็นแนวทางให้ผู้อื่นได้อีกด้วยครับ



16 มกราคม 2560
Dare Devil


วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

ชนะ! ด้วยปัญญา: เพื่อนครูนักสืบ !

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ

ผมอ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์,เจอข่าวหนึ่ง
คุณครูผู้หญิง รับราชการกว่า 30 ปี
นอนอยู่บ้านดีๆ, แต่ต้องติดคุกฟรีปีครึ่ง
จากอุบัติเหตุรถชนคนตาย ที่ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
แม้พยานหลักฐานไม่ตรง, รถคนละสี, คนขับคนละเพศ


ทะเบียนรถคนละจังหวัด
แต่ตำรวจส่งสำนวน, อัยการสั่งฟ้อง, ท้ายสุด ต้องติดคุก

โชคดี
มีเพื่อนประเสริฐ,เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของคุณครู
ทำทุกวิถีทางช่วยเพื่อน, รวมตัวสืบสวนสอบสวน
หาพยานหลักฐานในฐานะชาวบ้าน
เริ่มจากไปขนส่งจังหวัด ตรวจสอบเลขทะเบียนรถ
ปรากฏว่า...เลขทะเบียนของเพื่อน ไม่ได้มีคันเดียว
มีเหมือนกันทั่วประเทศ แต่ระบุจังหวัดต่างกัน
ส่วนรถสีเขียวที่ต้องสงสัย อยู่จังหวัดมุกดาหาร
จึงทำทีไปขอซื้อรถเก่าจากเจ้าของที่เป็นผู้ชาย
ตะล่อมถาม สืบประวัติ จนได้หลักฐาน รู้ความจริง
เจ้าของรถยอมรับผิด
คุณครูได้คืนความบริสุทธิ์
ได้ผู้กระทำความผิดตัวจริงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่องหนึ่ง
ชื่อ Daredevil


เป็นเรื่องของทนายตาบอด
กลางวันเป็นทนาย ใช้กฎหมายเพื่อความยุติธรรม
แต่กลางคืน,เป็นผู้ทวงความยุติธรรม จากผู้ร้ายที่หลุดรอดจากกฎหมาย
เขาใช้สัมผัสที่เหนือธรรมชาติ , บวกกับศิลปะการต่อสู้ที่เหนือชั้น
หักหาญผู้ร้ายด้วยกำลัง
 ทั้ง Daredevil และเพื่อนของคุณครู,ต่างก็เป็นฮีโร่ ที่มีหัวใจเป็นธรรม
ยอมสละความสะดวกสบายของตน เพื่อผู้อื่น
แต่เพื่อนของคุณครู,ใช้ปัญญา ไม่ใช้กำลัง
ถือเอาปัญญาเป็นใหญ่ ไม่ใช้อารมณ์
แก้ไขปัญหาที่ยาก ให้เป็นเรื่องง่ายด้วยสันติ
สามารถคืนความบริสุทธิ์ให้ผู้บริสุทธิ์
สามารถนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่เสียเลือดเนื้อ

ชนะด้วยปัญญา เป็นการต่อสู้อย่างบัณฑิต ที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ
เหมือนดังคำกล่าวในพระคาถาบทหนึ่งว่า
     "ยามคับขันย่อมต้องการคนกล้า
ยามประชุมปรึกษาย่อมต้องการคนหนักแน่น
ยามมีข้าวน้ำบริบูรณ์ย่อมปรารถนาผู้เป็นที่รัก
ยามมีปัญหาย่อมปรารถนาบัณฑิตผู้มีปัญญา"



12 ธันวาคม 2560
Dare Devil 

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560

สามัคคี ทำให้สังคมรอด ปลอดภัย มั่งคง และสงบสุข !

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ

อ่านข่าวช่วงนี้, ผมรู้สึก...คนไทยไม่คุยกันเลย
ทุกมิติ...ศาสนา สังคม การเมือง
ภาคใต้น้ำท่วม, เมื่อก่อน มีผู้ประกาศข่าวคนหนึ่ง
เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยผู้ประสบภัย
วันนี้ เขาไม่อยู่
ก็ไม่มีใครกล้าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงอีก
ไม่รู้จะมีใครร่วมมือไม๊? มีใครสนับสนุนบ้าง?
พอจะช่วย, ก็กระอักกระอ่วนใจ...เพราะเคยขัดแย้งกัน
สุดท้าย, การช่วยเหลือ...ก็ไม่ถึงประชาชนสักที


ทำให้ผมนึกถึงชาดกเรื่องหนึ่ง
ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเคยยกมาสอนในรายการธรรมะเพื่อประชาชน
อดีตกาล
พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพญานกกระจาบ
ปกครองฝูงนกกระจาบหลายพันตัว

วันหนึ่ง
พญานกกระจาบได้เรียกประชุมฝูงนกทั้งหมด
เหตุเพราะมีนกถูกนายพรานจับไปเป็นจำนวนมาก
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากนายพรานทอดตาข่ายมายังเบื้องบนของพวกเรา 
ขอให้ท่านทั้งหลายจงพร้อมใจกัน สอดหัวของตนเองเข้าไปในตาข่าย แล้วช่วยกันกระพือปีกบิน เพื่อยกตาข่ายขึ้นไปพาดไว้บนยอดไม้ที่มีหนาม ต่อจากนั้น
รีบบินหนีออกมาทางด้านล่างตาข่าย เมื่อเราพร้อมใจสามัคคีกันเช่นนี้
นายพรานก็จะไม่สามารถจับพวกเราได้”

วันต่อมา
เมื่อนายพรานทอดตาข่าย
ฝูงนกก็พร้อมใจกัน ทำตามคำแนะนำของพญานก
ทุกตัวรอดชีวิต...เป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน
จนวันหนึ่ง
เหตุการณ์แตกสามัคคีก็เกิดขึ้น, นกกระจาบตัวหนึ่งไม่ทันสังเกต
บินร่อนลงไปเหยียบโดนหัวนกกระจาบอีกตัวหนึ่ง
แม้ได้ขอโทษหลายครั้ง, แต่นกตัวที่โดนเหยียบก็ไม่ยอมให้อภัย
จึงทะเลาะกัน, ไม่ยอมกัน
การทะเลาะวิวาทได้ขยายวงกว้างออกไป
จนในที่สุดเกิดความแตกแยก แบ่งกันเป็น ๒ กลุ่ม
พญานกได้ห้ามปราม กล่าวตักเตือนหลายครั้ง
แต่ฝูงนกก็ยังทะเลาะกัน มีทิฏฐิดื้อดึง

พญานก คิดว่า
"ขึ้นชื่อว่าสถานที่ที่มีการทะเลาะกัน ไม่มีความสามัคคี ย่อมไม่ปลอดภัย
ถ้านกกระจาบเหล่านี้ไม่ช่วยกันยกตาข่ายขึ้น ก็จะพากันถึงซึ่งความพินาศ"
พญานก จึงพานกที่ยังเชื่อฟัง ย้ายไปที่อื่น

หลังจากนั้นไม่นาน
นายพราน ก็สามารถจับนกกระจาบที่ทะเลาะกันไปได้ทั้งหมด
นกเหล่านั้นต้องถึงแก่ความตาย
พบกับความหายนะที่เกิดจากการแตกความสามัคคีกันนั่นเอง

พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ให้โอวาสเพื่อเป็นข้อคิดว่า

ที่ใดก็ตาม ที่มีความสมัครสมานสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกันทุกคน
ที่แห่งนั้นย่อมมีความสุข และการประพฤติปฏิบัติธรรมของบุคคล
ในสถานที่ที่มีความสามัคคีกัน ย่อมได้รับผลแห่งการปฏิบัติที่ก้าวหน้า
เพราะทุกคนต่างมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ความสุขเป็นรากฐานของความสำเร็จทั้งมวล

แม้ในคราวที่มีภัยหรือมีอุปสรรค หากหมู่คณะมีความพร้อมเพรียงกัน
ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายให้พ้นภัยพิบัติไปได้
แต่เมื่อใดที่หมู่คณะขาดความสามัคคี
มีการทะเลาะเบาะแว้งอวดดื้อถือดีไร้ความสามัคคีกันแล้ว

หมู่คณะนั้นก็ย่อมจะพบกับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

เพราะฉะนั้นความสามัคคีเป็นสิ่งที่สำคัญ
จะทำให้หมู่คณะเกิดความมั่นคง และทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
เราทุกคนจะต้องมีความสมัครสมานสามัคคีกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
อะไรที่สามารถให้อภัยกันได้ก็ให้อภัยกันเถอะ ไม่ควรถือสาหาความกัน
ให้ระลึกเสมอว่า เพื่อนมนุษย์ทั้งหมดคือหมู่ญาติของเรา

เราไม่เป็นศัตรูกับใคร !
เพราะศัตรูที่แท้จริงของเรา คือกิเลสอาสวะที่อยู่ในใจของเรา ไม่ใช่ใครอื่นทั้งสิ้น



11 ธันวาคม 2560
Dare เดวิลล์